ประวัติ สภ.สะเอียบ

ประวัติความเป็นมาของสถานี

    สถานีตำรวจภูธรสะเอียบ สร้างในปี พ.ศ ๒๕๐๗ ได้รับ ความช่วยเหลือจากยูซอม (usom) = united states operations mission) องค์การ วิเทศกิจ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อก่อนเป็นพื้นที่สีชมพู อยู่ในเขต อิทธิพลแทรกซึมของคอมมิวนิสต์ ทหารได้กระโดดร่มลงมา จึงเป็น ที่ตั้งของหน่วยทหารพลร่ม ทำเนียบผู้บริหาร ข้าราชการตำรวจสภ.สะเอียบ

เกี่ยวกับตำบลสะเอียบ

ข้อมูลประชากรตำบลสะเอียบ

  • ครอบครัว จำนวน ๒,๐๘๒ ครอบครัว
  • ประชากร จำนวน ๕,๖๒๓ คน
    1. เป็นชาย ๒.๙๐๒ คน
    2. เป็นหญิง ๒,๗๒๑ คน
  • มีชาวเขาเผ่าอาข่า จำนวน ๓๑๙ คน
  • มีชาวเขาเผ่ามลาบรี (ผีตองเหลือง) จำนวน ๓๖ คน
  • ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ บางส่วนนับถือ ศาสนาคริสต์ (เผ่าอาข่า)
  • มีจำนวนหมู่บ้านที่รับผิดชอบจำนวน 11 หมู่บ้าน
กลับขึ้นด้านบน

ลักษณะภูมิประเทศ

    ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ราบส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยและอยู่ใกล้แม่น้ำยม แม่น้ำสะกึ๋น แต่ละหมู่บ้านอยู่ห่างไกลกัน พื้นที่ตั้งบ้านเรือนและพื้นที่ทำกินเกือบทั้งหมด ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ เนื่องจากอยู่ในป่าสงวนและ อุทยานแห่งชาติแม่ยม
กลับขึ้นด้านบน

อาชีพของประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่

  1. อาชีพหลัก ได้แก่ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำนา ปลูกถั่ว เลี้ยงสุกรและ โค,กระบือ

  2. อาชีพรอง ได้แก่ ค้าขาย รับจ้างทั่วไป
อาชีพที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ชุมชน

คือ การทำสุรากลั่นชุมชน


    การซื้อข้าวเพื่อการกลั่นสุราได้สั่งซื้อข้าวมาจากพื้นที่อื่นและหลังจากการกลั่นสุราเสร็จแล้วผู้ประกอบการจะนำเศษข้าวที่เหลือจากการกลั่นสุราแล้วนำมาไว้ใช้เลี้ยงสุกรอีกอย่างหนี่งเป็นการเสริมรายได้ในแต่ล่ะครัวเรือนที่เลี้ยงสุกร ในปี2559การผลิตสุราพื้นบ้านในตำบลสะเอียบนี้มีโรงกลั่นอยู่ทั้งหมด 173 โรง

และผู้ประกอบการได้ซื้ออากรแสตมป์ จากกรมสรรพสามิตประมาณ 400 ล้านกว่าบาท ต่อปี
กลับขึ้นด้านบน

ด้านสังคมจิตวิทยา

    พื้นที่ของตำบลสะเอียบเป็นพื้นที่ป่าเขาเป็นส่วนใหญ่ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติและได้มีแม่น้ำยมไหลผ่าน แม่น้ำสาขาอีกหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำยม ในบริเวณป่าอุทยานแห่งชาติแม่ยมนี้เป็นพื้นที่ ที่เหมาะแก่การก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ได้ประชาชนในพื้นที่ตำบลสะเอียบไม่เห็นด้วยว่าถ้าหากสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะมีผลกระทบต่อป่าผืนใหญ่และทำให้น้ำท่วมที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ตำบลสะเอียบทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพออกนอกพื้นที่แต่เนืองจากประชาชนส่วนใหญ่รักถิ่นเกิดจึงได้มีการคัดค้านการสร้างเขื่อนมาโดยตลอดและหาเครือข่ายองค์กรกลุ่มนอกพื้นที่ต่างๆมาช่วยเจรจาต่อรองตลอดมา
สถานภาพอาชญากรรม ปี 2559

    พ.ร.บ.ยาเสพติด 17 ราย จำหน่ายรายย่อย 1 คดี รวม 18 คดี พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน 5 คดี พ.ร.บ.ป่าไม้ 13 คดี อื่นๆอีก 11 คดี รวม 47 คดี
กลับขึ้นด้านบน

ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    เนื่องจากประชาชนเกรงว่าจะมีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจึงได้รวมตัวกันสร้างกฏกติกาต่างๆในการคงไว้ซึ่งป่าธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อไว้เป็นข้อต่อรอง ไม่ให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ


    ป่าไม้ เช่น ไม้สักทอง, ไม้ตะเคียน, ไม้ชิงชัน, ไม้ประดู่, ไม้มะค่า ไม้เต็ง,รัง, ไม้กฤษณา ฯ

กลับขึ้นด้านบน

การพัฒนาระบบ


  1. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.สภ.สะเอียบ)
  2. จัดทำระบบข้อมูล/แผนที่ปฏิบัติการ
  3. ระบบประชุมทางไกลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
  4. ระบบ one stop service
  5. การจัดระบบควบคุมสายตรวจ
  6. การนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่
การพัฒนาสถานที่


  • สถานที่ทำงานโดยเน้น ความสะอาด, ความเป็นระเบียบเรียบร้อย,มีการจัดการที่ดี
  • สถานที่พักอาศัยโดยเน้น ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ,มีการจัดการที่ดี การมีส่วนร่วมของข้าราชการตำรวจ
การพัฒนาสวัสดิการ

  1. โครงการอาหารกลางวัน
  2. โครงการร้านค้าสวัสดิการ
  3. โครงการเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อเป็นวัตถุดิบเสริมโครงการอาหารกลางวันข้าราชการตำรวจอีกทางหนึ่ง
งานแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน

  1. คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.สะเอียบ
  2. อาสาสมัครตำรวจชุมชน
  3. สมาชิกตำรวจบ้านและ อปพร.
  4. ผู้ประกอบการในพื้นที่
  5. ผู้นำชุมชนและคณะกรรมการหมู่บ้าน
กลับขึ้นด้านบน

ปัญหาอุปสรรค์ในการทำงาน

    ในพื้นที่เขตรับผิดชอบ จำนวน 11 หมู่บ้านจากการปฏิบัติงานร่วมกับประชาชนสถานีตำรวจภูธรสะเอียบได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี และได้มีการแต่งตั้งตำรวจบ้านไว้คอยช่วยเหลืองานด้านต่างๆของตำรวจในการร่วมงานกันแต่ละครั้ง แต่ล่ะบ้านจึงไม่มีปัญหาอุปสรรคแต่อย่างใด
ผลของความสำเร็จในการควบคุมอาชญากรรม

  1. ข้าราชการตำรวจทุกนาย ได้ให้ความร่วมมือ ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเต็มกำลังความสามารถ

  2. มีกลุ่มพลังมวลชน และผู้นำชุมชนที่เข็มแข็ง ได้ให้ความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เป็นอย่างดี
  3. การปฏิบัติงานด้านชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ การแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน ในหมู่บ้านต่างๆในพื้นที่ให้ครอบคลุมพื้นที่ ได้ผลดีมีประสิทธิภาพ

  4. ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่มีแนวคิดที่แตกต่างให้มีความ เข้าใจต่อกัน ให้ยึดหลักประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่กระทำการใดๆ หรือปฏิบัติหน้าที่ ที่ประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
กลับขึ้นด้านบน